Bussiness

- JD ลงทุน 397 ล้านดอลลาร์ใน Farfetch เพื่อรุกขยายธุรกิจในกลุ่มสินค้าหรูหรา

 

- ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดทางให้ผู้บริโภคชาวจีนสามารถเข้าถึงแบรนด์หรูหราเหนือระดับที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจาก Farfetch ผ่านช่องทางออนไลน์

       

JD.com ธุรกิจอีคอมเมิร์ชและห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของจีน และ Farfetch แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่น ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มระดับพรีเมี่ยมสำหรับการช็อปปิงสินค้าสุดหรูในจีน อันเป็นการเปิดประตูไปสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์

 

      

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง JD.com และ Farfetch จะใช้ประโยชน์จากระบบโลจิสติกส์อันยอดเยี่ยม การทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ความสามารถทางเทคโนโลยี และทรัพยากรด้านโซเชียลมีเดียของ JD ซึ่งรวมถึงการเป็นพันธมิตรกับ WeChat ผสานเข้ากับความเป็นผู้นำในตลาดสินค้าสุดหรูของ Farfetch เพื่อสร้างประสบการณ์อันราบรื่นให้กับทางแบรนด์ ทั้งนี้ Farfetch ได้ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงในจีน อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรกับแบรนด์สินค้าหรูหรากว่า 200 แบรนด์ รวมถึงผู้ค้าปลีกสินค้าคละแบรนด์อีกกว่า 500 เจ้า โดย JD จะเข้ามาช่วยผลักดันการรับรู้จดจำแบรนด์ รวมถึงกระตุ้นยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์และยอดขายของ Farfetch ให้พุ่งทะยานขึ้นในตลาดแห่งนี้

     

การจับมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะส่งผลให้ JD.com กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Farfetch ด้วยเม็ดเงินลงทุนมูลค่ากว่า 397 ล้านดอลลาร์ และคุณริชาร์ด หลิว ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง JD.com จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารของ Farfetch โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันในด้านการตลาด โลจิสติกส์ และโซลูชั่นเทคโนโลยี เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในจีน ขณะที่ Farfetch จะยังคงรับหน้าที่เป็นแบรนด์ที่มีการติดต่อกับลูกค้าเช่นเดิม

     

การผนึกกำลังอันแข็งแกร่งในครั้งนี้จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับแบรนด์สินค้าแฟชั่นและร้านบูติกในเครือของ Farfetch กว่า 700 แบรนด์ เนื่องจากพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่หลากหลายของแพลตฟอร์มใหม่นี้ ในการตีตลาดสินค้าสุดหรูของจีนได้นั่นเอง

 

เมื่อไม่นานมานี้ JD ได้เปิดตัวบริการระดับมืออาชีพและใส่ใจในรายละเอียดอย่าง JD Luxury Express ซึ่งด้วยบริการดังกล่าว Farfetch จะสามารถนำเสนอบริการระดับพรีเมียม ที่สมฐานะกับแบรนด์ระดับเวิลด์คลาสซึ่งวางจำหน่ายในเว็บไซต์ ให้แก่ลูกค้าได้ นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่างความรู้ด้านแฟชั่นหรูหราของ Farfetch และความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าในวันที่สั่งซื้อ รวมถึงบริการระดับมืออาชีพขั้นสูงของ JD จะมอบข้อเสนอที่ไม่มีใครเทียบให้แก่ลูกค้าชาวจีน

 

นอกจากนี้ แบรนด์พันธมิตรของ Farfetch และธุรกิจค้าปลีกในท้องถิ่น จะได้เข้าถึงช่องทางการตลาดครบวงจรระดับโลก ซึ่งรวมถึงบริการ Click & Collect ที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แต่สามารถเลือกรับสินค้าด้วยตนเองได้ที่ร้าน เช่นเดียวกับการคืนสินค้าที่ร้าน ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างร้านค้าในจีนของทางแบรนด์กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

 

ทั้งสองบริษัทยังจะรวมพลังกันใช้ประโยชน์จาก BlackDragon ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการตลาดดิจิทัลที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการในภาคค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยี การเงิน การท่องเที่ยว การศึกษา และยานยนต์ โดย BlackDragon จะช่วยให้ Farfetch สามารถใช้ขุมทรัพย์บิ๊กดาต้าขนาดมหึมาของ JD และช่วยให้บริษัทสามารถทำการตลาดและสร้างช่องทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการจดจำแบรนด์และตำแหน่งทางการตลาดของ Farfetch ในประเทศจีน

 

ด้วยการเป็นพันธมิตรดังกล่าว ผู้ใช้ Farfetch ในจีนจะสามารถเข้าถึงบริการหลากหลายรูปแบบจาก JD Finance ซึ่งรวมถึง JD Pay ที่จะเป็นพันธมิตรด้านการชำระเงิน และ Baitiao บริการสินเชื่อไมโครเครดิตยอดนิยมสำหรับผู้บริโภค

 

การประกาศความเป็นพันธมิตรในครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ JD กำลังมุ่งความสนใจไปที่สินค้าและแฟชั่นหรูหราระดับไฮเอนด์มากขึ้น เพื่อตอบรับกับความต้องการอันมหาศาลในหมู่ลูกค้าผู้ใช้งานมือถือระดับบน โดยตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา JD ได้จัดงานแฟชั่นโชว์ในนิวยอร์ก มิลาน ลอนดอน ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ขณะที่เมื่อต้นปีนี้ บริษัทได้แต่งตั้ง วินสตัน เฉิง ดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายต่างประเทศ เพื่อนำทางการพัฒนาธุรกิจระดับนานาชาติ ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกและการลงทุนในต่างประเทศ พร้อมแยก JD Fashion ออกมาเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ภายใต้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และแต่งตั้งให้ เซียะ ติง ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจแนวดิ่งมากขึ้น และในปี 2560 นี้ JD Fashion ได้เดินหน้าครั้งสำคัญในแวดวงแฟชั่นและสินค้าหรูหรา ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ชั้นนำระดับสากลหลายแบรนด์บนเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึง Armani, Swarovski และ Zenith

 

ริชาร์ด หลิว ประธานกรรมการและซีอีโอของ JD.com กล่าวว่า "การที่เราหันมาจับธุรกิจสินค้าหรูอย่างเต็มตัวครั้งนี้ ไม่มีพันธมิตรออนไลน์รายใดจะแข็งแกร่งไปกว่า Farfetch อีกแล้ว เราเชื่อเสมอมาว่าแนวโน้มธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนในระยะยาวนั้นคุณภาพจะต้องมาก่อนราคา และการจับมือกับ Farfetch ในครั้งนี้ จะขยายความเป็นผู้นำในสังเวียนนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการสำหรับลูกค้าชั่นสูงของจีนในอนาคต เราตั้งตารอที่จะกระชับความสัมพันธ์กับ Farfetch รวมถึงแบรนด์หรูอื่นๆ ต่อไปในภายหน้า"

 

โฮเซ เนเวส ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการร่วม และซีอีโอของ Farfetch กล่าวว่า "เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างที่สุด และตื่นเต้นที่ได้ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรครั้งนี้ร่วมกับคุณ ริชาร์ด หลิว และ JD.com ประเทศจีนนั้นเป็นตลาดสินค้าหรูที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่มีพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับนับถือ และได้ชื่อว่ามีความเข้มงวดในการปกป้อง IP ซึ่งดูแลลูกค้าชาวจีนในกลุ่มสินค้าหรู ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยจัดการกับความท้าทายของตลาด ด้วยการผสานแบรนด์ Farfetch เข้ากับขนาดและอิทธิพลของยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซแถวหน้าของจีน ตลอดจนช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มสินค้าหรูชาวจีนได้อย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด ขณะที่นักช็อปสินค้าหรูชาวจีนก็จะได้เข้าถึงสินค้าสุดหรูที่ได้รับการคัดสรรมาเป้นอย่างดีผ่านหลากหลายช่องทางตามวิถีชีวิตของพวกเขา"

 

คุณเนเวสยังได้กล่าวถึงการที่คุณหลิวได้เข้ามาร่วมในบอร์ดบริหารของ Farfetch อีกด้วยว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณ ริชาร์ด หลิว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจอินเทอร์เน็ตระดับตำนาน ได้มาร่วมเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารของเรา เคียงข้างคุณนาตาลี มัสเซอเนต์ และคุณโจนาธาน นิวเฮาส์ ประธานกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร Conde Nast International นอกจากนี้ เรายังรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับคำแนะนำและการชี้แนะแนวทางจากผู้เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานมากประสบการณ์ของเรา ซึ่งบริหารงานเคียงคู่ไปกับผู้บุกเบิกสินค้าหรูออนไลน์ระดับโลกและหนึ่งในบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก"

 

สำหรับบรรณาธิการ

 

มูลค่าตลาด 8 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ระบุถึงข้างต้นนั้น หมายถึงมูลค่าการซื้อขายทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ โดยอ้างอิงตัวเลขจากรายงานของ Bain & Company ที่มีชื่อว่า  'Luxury Goods Worldwide Market Study, Fall-Winter 2016'

 

เกี่ยวกับ JD.com, Inc.

 

JD.com คือบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นผู้ค้าปลีกสัญชาติจีนรายใหญ่ที่สุดเมื่อพิจารณาจากรายได้ บริษัทมุ่งนำเสนอประสบการณ์การช็อปปิงออนไลน์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย รวมถึงโปรแกรม WeChat และ Mobile QQ นอกจากนี้ บริษัทยังมีศูนย์จัดการคลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอีคอมเมิร์ซรายอื่นๆในจีน ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 JD.com มีศูนย์จัดการคลังสินค้า 7 แห่ง และโกดังสินค้า 263 แห่ง ครอบคลุม 2,672 มณฑลและอำเภอทั่วประเทศจีน โดยแต่ละแห่งมีพนักงานของตนเอง นอกจากนี้ JD.com ยังติดอันดับบริษัท NASDAQ100 และ Fortune Global 500 ด้วย  

 

เกี่ยวกับ Farfetch Group

 

Farfetch เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับวงการแฟชั่นหรู เว็บไซต์ Farfetch.com เป็นพันธมิตรกับร้านบูติกและแบรนด์หรูที่ดีที่สุดของโลกกว่า 700 ราย ตั้งแต่โตเกียวไปจนถึงโทรอนโต และจากมิลานจนถึงไมอามี รูปแบบธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ของ Farfetch รับประกันได้ถึงความหรูหราเหนือระดับ ตั้งแต่แบรนด์ดังไปจนถึงดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ที่กำลังถูกจับตามอง ตลอดจนสไตล์สุดพิเศษไม่เหมือนใคร

 

ธุรกิจของ Farfetch Group ประกอบด้วย เว็บไซต์ Farfetch.com ตลาดอีคอมเมิร์ซสำหรับสินค้าหรู, Farfetch Black & White โซลูชั่นอีคอมเมิร์ซแบบไวท์เลเบลสำหรับร้านค้าหรู และ Store of The Future ชุดโซลูชั่นค้าปลีกที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การช็อปปิงของลูกค้าด้วยการเชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้เมื่อปี 2558 Farfetch ยังได้เปิดตัว Browns ร้านบูติกชื่อดังในกรุงลอนดอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะแนวคิดด้านเทคโนโลยีค้าปลีกใหม่ๆ

 

เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Farfetch ให้บริการลูกค้าใน 10 ภาษา โดยมีสำนักงานใน 11 เมืองทั่วโลก ที่จัดส่งสินค้าจากพันธมิตรกว่า 700 รายใน 40 ประเทศ ไปยัง 190 ประเทศทั่วโลก พร้อมบริการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าภายในวันเดียวใน 10 เมือง

 

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Farfetch ได้เปิดตัวบริการ Store to Door in 90 Minutes ครอบคลุม 10 เมืองใน 4 ภาคพื้นทวีป ด้วยความร่วมมือเอ็กซ์คลูซีฟกับ Gucci

 

จากนั้นในเดือนมิถุนายน 2560 บริษัทได้ประกาศความร่วมมือด้านคอนเทนท์และการค้าทั่วโลกกับ Conde Nast ผู้ให้บริการคอนเทนท์ชั้นแนวหน้าของโลก เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิงอย่างไม่สะดุด ผ่านเนื้อหาคอนเทนท์ที่เร้าใจและจุดแรงบันดาลใจ ตลอดจนสร้างความพึงพอใจในการซื้อสินค้า

 

Farfetch ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสินค้าหรู ได้แก่ IDG Capital Partners, Temasek, Eurazeo, DST Global, Index Ventures, Vitruvian Partners และ Conde Nast International

 

http://www.farfetch.com @Farfetch



JD invests $397 million in Farfetch, leaps further into luxury sector

 

Partnership allows Chinese consumers to access Farfetch's unique curation of the best luxury brands online

 

E-commerce giant, JD.com (Nasdaq: JD), China's largest retailer and Farfetch, the leading global e-commerce platform for the fashion industry, today announced a strategic partnership that will create the premier platform for luxury e-commerce across China, opening a gateway to an $80 billion market.

 

 

 

 

 

 

The strategic partnership between JD.com and Farfetch leverages JD's unparalleled logistics, Internet finance and technology capabilities and social media resources, including its WeChat partnership, with Farfetch's leadership in global luxury, to create a frictionless and seamless brand experience. Farfetch has well-established operations in China and is already the partner of choice for 200 luxury brands and more than 500 multi-brand retailers. JD will help drive further brand awareness, traffic and sales for Farfetch in the market.

 

As part of this partnership, JD.com will become one of the largest shareholders of Farfetch, investing $397 million, and Richard Liu, JD.com's founder and CEO, will join the Farfetch board. JD and Farfetch will partner on marketing, logistics and technology solutions to build the brand in China, while Farfetch will continue to be the customer-facing brand.

 

The combined strength of the Farfetch-JD partnership will benefit all 700 brands and boutiques that are part of the Farfetch community, enabling them to take advantage of the vast resources of this new gateway to China's luxury market.

 

Leveraging JD Luxury Express, JD's recently launched white glove service, Farfetch will be able to offer customers a premium level of service befitting the world-class brands sold on the site. For Chinese consumers, this combination of Farfetch's luxury know-how, and JD's blazing same-day delivery speeds and highly professional service, will provide an unparalleled luxury proposition.

 

Farfetch partner brands with a local retail presence, will also have access to world-class omni-channel capabilities, including click & collect and in-store returns, connecting the brands' physical retail stores in China to consumers.

 

The joint efforts between the two companies will also include leveraging BlackDragon, a digital marketing technology platform powering entities across retail, e-commerce, tech, finance, travel, education and auto. BlackDragon will enable Farfetch to activate the vast resources of JD's treasure trove of big data and help it market and build automated marketing pipelines to spur Farfetch's name recognition and market position in China.

 

In addition, through the partnership, Farfetch users in China will also gain access to a variety of services from JD Finance. These will include JD Pay, which will be a preferred payments partner, and Baitiao, JD Finance's popular consumer microcredit channel.

 

The announcement comes as JD is placing a greater focus on high-end luxury and fashion to match the huge demand among its upwardly mobile customers. Over the last two years, JD has hosted fashion shows in New York, Milan, London, Beijing and Shanghai. Since the beginning of the year, the company has hired Winston Cheng as President of International to lead its international business development with global partners and overseas investments, and separated JD Fashion into a new business unit under the e-commerce business and named Xia Ding as the president, giving the vertical greater priority. In 2017, JD Fashion has made a major push in the luxury and fashion areas, launching several key international brands on the site, including Armani, Swarovski and Zenith.

 

"As part of our major luxury push, we could not have found a stronger online partner than Farfetch," said Richard Liu, Chairman and CEO of JD.com. "We have always believed that the long-term trend of Chinese e-commerce is towards quality over price and this partnership with Farfetch further extends our lead in the battle for the future of China's upwardly mobile consumers. We look forward to deepening our relationships with Farfetch and luxury brands in the months and years ahead."

 

"We are deeply honoured and excited to be announcing this partnership with Richard Liu and JD.com," Jose Neves, Founder, Co-Chairman and CEO of Farfetch. "China is the world's second largest luxury market, and we are delighted to have such a respected partner, known for its strict protection of IP, with whom to address Chinese luxury consumers. This partnership addresses the market's challenges by combining the Farfetch brand and curation with the scale and influence of the foremost Chinese e-commerce giant. This strategic partnership will provide brands a seamless, immediate access to the luxury consumer and Chinese luxury shoppers with access to the greatest selection of luxury in the omni-channel way of life they have already fully embraced."

 

Regarding the addition of Mr. Liu to Farfetch's board, Mr. Neves added, "I am humbled and honoured to have one of the Internet's most legendary entrepreneurs - Richard Liu - join our board, alongside Dame Natalie Massenet and Jonathan Newhouse, Chairman and Chief Executive of Condé Nast International. We are honoured to have the advice and guidance of China's premier e-commerce guru as part of our highly experienced team, sitting around the same table as the world's luxury online pioneer and one of the world's pre-eminent publishers."

 

Note To Editors

 

The reference to the $80 billion market refers to both domestic and travel-related purchases using figures sourced from a report by Bain & Company entitled 'Luxury Goods Worldwide Market Study, Fall-Winter 2016'.

 

About JD.com, Inc.

JD.com is both the largest e-commerce company in China, and the largest Chinese retailer, by revenue. The company strives to offer consumers the best online shopping experience. Through its user-friendly website, native mobile apps, and WeChat and Mobile QQ entry points, JD offers consumers a superior shopping experience. The company has the largest fulfillment infrastructure of any e-commerce company in China. As of March 31, 2017, JD.com operated 7 fulfillment centers and 263 warehouses covering 2,672 counties and districts across China, staffed by its own employees. JD.com is a member of the NASDAQ100 and a Fortune Global 500 company.

About Farfetch Group

 

Farfetch is the global platform for luxury. Farfetch.com partners with over 700 of the world's best luxury boutiques and brands, located from Tokyo to Toronto and from Milan to Miami. This unique business model guarantees an unparalleled range of luxury fashion from established brands to the most interesting new designers and one-of-a-kind styles.

 

The Farfetch Group consists of Farfetch.com, the e-commerce marketplace for luxury; Farfetch Black & White; a white label e-commerce solution for luxury retailers and Store of The Future; a suite of retail solutions to enhance the customer journey by connecting the online and offline worlds. The brand also added renowned London boutique Browns to its portfolio in 2015, which serves as an incubator for new retail technology ideas.

 

The Farfetch website and apps serve customers in 10 languages with offices in 11 cities globally. Farfetch express ships from over 700 partners in 40 countries to 190 countries worldwide with same day delivery in 10 cities.

 

In April 2017, Farfetch launched Store to Door in 90 Minutes, in exclusive partnership with Gucci available in 10 cities across 4 continents.

 

In June 2017, the company announced a global content and commerce partnership with Condé Nast, the preeminent content provider, to create a seamless editorial shopping experience from inspiration to shopping gratification.

 

Farfetch is backed by world-renowned tech and luxury investors, IDG Capital Partners, Temasek, Eurazeo, DST Global, Index Ventures, Vitruvian Partners and Condé Nast International.

 

http://www.farfetch.com @Farfetch

 

Source: Farfetch Group and JD.com, Inc.

ครอบครัวสถาบันคาร์เนกีระดับนานาชาติได้ประกาศมอบเหรียญรางวัล Carnegie Medal of Philanthropy เพื่อเชิดชูเกียรติคุณให้แก่ผู้ใจบุญ 9 ท่าน จากผลงานการเป็นผู้นำที่โดดเด่นและสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการสานต่อแนวคิดการเป็นผู้ให้ของ Andrew Carnegie มหาเศรษฐีใจบุญชาวอเมริกัน

 

รูปภาพ: http://mma.prnewswire.com/media/526197/Carnegie_Medal_of_Philanthropy.jpg

ผู้ได้รับเหรียญอันทรงเกียรติประจำปี 2017 ได้แก่

- Mei Hing Chak จีน จากมูลนิธิการกุศลเซียงเจียง
- H. F. (Gerry) และ Marguerite Lenfest สหรัฐฯ จากมูลนิธิเลนเฟสต์
- Azim Premji อินเดีย จากมูลนิธิอาซิม เปรมจี
- Julian Robertson สหรัฐฯ จากมูลนิธิโรเบิร์ตสัน
- Jeff Skoll สหรัฐฯ จากมูลนิธิสโคลล์
- Kristine McDivitt Tompkins สหรัฐฯ จากองค์กรอนุรักษ์ป่าทอมกินส์
- Shelby White สหรัฐฯ.จากมูลนิธิลีออน เลวี
- Sir James D. Wolfensohn สหรัฐฯ และออสเตรเลีย จากศูนย์พัฒนาโวลเฟนซอห์น

"ผู้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ Carnegie Medal of Philanthropy ประจำปี 2017 ได้ผ่านเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกจากผลงานที่โดดเด่นและต่อเนื่องของพวกเขา" Vartan Gregorian ประธานสถาบันคาร์เนกี คอร์ปอเรชันแห่งนิวยอร์ก กล่าว "เหรียญรางวัลนี้เป็นเครื่องสะท้อนความใจบุญสุนทานของ Andrew Carnegie ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น และมีรากฐานจากหลักการสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ความร่ำรวยต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และปัจเจกบุคคล ไม่ว่าเขาคนนั้นจะมีแรงบันดาลใจจากศาสนา สังคม ศิลปะ หรือ ประชาธิปไตย ก็ล้วนมีความสามารถที่จะใช้ความมั่งคั่งในการช่วยเหลือมนุษยชาติให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้"

"ก็คล้ายกับสิ่งที่ผู้ก่อตั้งได้แสดงให้เห็นนั่นแหละครับ" Gregorian กล่าวเสริม "ผู้ชนะรางวัลต่างก็สร้างแรงบันดาลใจที่ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการให้ ผ่านทางบทบาทผู้นำองค์กรของพวกเขา โดยการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใจบุญรุ่นต่อไป"

การมอบเหรียญ Carnegie Medal of Philanthropy มีขึ้นครั้งแรกในปี 2001 และจากนั้นก็มีการมอบรางวัลดังกล่าวเป็นประจำทุกๆ 2 ปี ให้แก่บุคคลที่บำเพ็ญสาธารณกุศลตามเจตนารมณ์ของ Andrew Carnegie และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น เฉกเช่นเดียวกับ Carnegie นักอุตสาหกรรมชาวอเมริกันระดับตำนาน ซึ่งได้ตัดสินใจบริจาคทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขาด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะสร้างคุณงามความดีที่แท้จริงและยั่งยืนให้กับโลก"

ทั้งนี้ สถาบันคาร์เนกี 22 แห่งในสหรัฐฯและยุโรปจะเสนอชื่อผู้เข้าชิงเหรียญรางวัลประจำปี จากนั้นคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากสถาบัน 7 แห่ง จะเป็นผู้ตัดสินผู้ชนะ โดยผู้รับรางวัลจะได้รับการยกย่องในฐานะผู้ทำความดีด้วยจิตใจอันเมตตา ซึ่งได้สร้างคุณประโยชน์ที่สำคัญและยั่งยืนในสาขาใดสาขาหนึ่ง หรือต่อประเทศชาติและสังคม

สถาบันคาร์เนกีจะมอบเหรียญรางวัลดังกล่าวในพิธีการมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ที่อาคารสตีเฟน เอ. ชวาร์ซแมน ณ หอสมุดประชาชนนิวยอร์ก ในวันที่ 3 ตุลาคม 2017 นอกจากนี้ สถาบันคาร์เนกี คอร์ปอเรชันแห่งนิวยอร์ก จะเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมส่วนตัว โดยมี Katty Kay ผู้ประกาศข่าวบีบีซี เวิลด์ นิวส์ อเมริกา ทำหน้าที่ดำเนินรายการด้วย

คณะกรรมการตัดสินรางวัลประกอบด้วย

- William Thomson CBE อดีตประธานและประธานกิตติมศักดิ์ สถาบันจัดการกองทุนคาร์เนกีแห่งสหราชอาณาจักร
- Vartan Gregorian ประธานสถาบันคาร์เนกี คอร์ปอเรชันแห่งนิวยอร์ก
- Anthony S. Bryk ประธานมูลนิธิคาร์เนกีว่าด้วยการพัฒนาการเรียนการสอน
- William J. Burns ประธานสถาบันคาร์เนกีว่าด้วยสันติภาพระหว่างประเทศ
- Nora Rundell ผู้บริหารสถาบันคาร์เนกี ดันเฟิร์มลิน และกองทุนช่วยเหลือวีรบุรุษ
- Matthew Scott ประธานสถาบันคาร์เนกีว่าด้วยวิทยาศาสตร์
- Andy Walker เลขาธิการและเหรัญญิก สถาบันจัดการกองทุนคาร์เนกีแห่งมหาวิทยาลัยสกอตแลนด์

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัล Carnegie Medal of Philanthropy (รวมถึงรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจากอดีตจนถึงปัจจุบัน), กลุ่มสถาบันคาร์เนกี และชีวประวัติของ Andrew Carnegie ได้ที่เว็บไซต์ MedalofPhilanthropy.org และติดตามได้ที่ทวิตเตอร์ @CarnegieMedal #CMOP