HighTech

- เปิดทางให้ลูกค้าสามารถค้นหาและจัดซื้อผลิตภัณฑ์ในคลังข้อมูล Reaxys ได้อย่างง่ายดาย

- ลดอุปสรรคสำหรับลูกค้าในการพัฒนาสารเคมีตัวใหม่และขับเคลื่อนการวิจัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เมอร์ค ( Merck ) ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศความร่วมมือกับ แอ็ลเซอเฟียร์ (Elsevier) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และสุขภาพ เพื่อเพิ่มเคมีภัณฑ์ของเมอร์คเข้าสู่ฐานข้อมูลสารเคมี Reaxys ของแอ็ลเซอเฟียร์

รูปภาพ – http://mma.prnewswire.com/media/527214/Merck.jpg

นักวิจัยและนักเคมีที่ใช้งาน Reaxys สามารถเข้าถึงสารประกอบและสารเคมีด้านชีววิทยาศาสตร์ของเมอร์ค รวม 43,000 ชนิด ด้วยข้อมูลที่ส่งตรงจากซัพพลายเออร์ ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแหล่งสินค้าเคมีภัณฑ์ได้ในทันที

"การผนวกรวมเข้าสู่ฐานข้อมูลครั้งนี้ทำให้การตัดสินใจต่างๆของนักวิจัยนั้นง่ายขึ้นมาก เนื่องจากสามารถลดระยะเวลาการหาซื้อสารประกอบที่ต้องการได้" อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ ( Life Science ) กล่าว "เราจะร่วมกันมอบความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า เกี่ยวกับคุณภาพของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในวงการที่มีการแข่งขันสูงนี้"

ความร่วมมือกับแอ็ลเซอเฟียร์ทำให้ผู้ใช้งาน Reaxys ที่ทำงานในแวดวงการค้นคว้ายา การวิจัยและพัฒนาด้านเคมี รวมถึงในสาขาอื่นๆ สามารถสั่งซื้อสารเคมีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถเปรียบเทียบราคาของสารประกอบกับต้นทุนในการผลิตสารขึ้นเองเพื่อการจัดสรรทรัพยากรและเวลาที่ดีกว่า

"เมอร์คเป็นได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม จึงทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดีอย่างมากสำหรับการขยายฐานข้อมูล Reaxys" คริสเตียน โบเอห์ม ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชั่นเคมีของแอ็ลเซอเฟียร์ กล่าว

Reaxys เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลด้านเคมีตลอดระยะเวลามากกว่า 240 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถหาจากที่อื่นได้ ประกอบไปด้วยข้อมูลของสารประกอบอินทรีย์ อนินทรีย์ และโลหอินทรีย์มากกว่า 105 ล้านชนิด ปฏิกิริยาทางเคมี 42 ล้านชนิด ข้อมูลการทดลอง 500 ล้านฉบับ วารสารที่เกี่ยวข้องกับเคมี 16,000 ฉบับ และ 6 แหล่งที่มาของดัชนีสำหรับการศึกษาด้านเคมีข้ามสาขาวิชา

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาเข้าไปที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึง liquid crystal ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ LCD ทั้งนี้ ในปี 2559 เมอร์คทำยอดขายได้ 1.5 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

เมอร์ค เป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2211 และปัจจุบันครอบครัวผู้ก่อตั้งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมอร์คครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์ "เมอร์ค" ทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี เซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียลส์

Merck adds Chemical Products to Reaxys' Chemistry Database

posted on 29 Jun 2017 10:43 by pressrelease in HighTech


- Allows customers to easily find, procure products in the Reaxys inventory

- Reduces barriers for customers to develop new chemistries, accelerating research

Merck , a leading science and technology company, today announced a collaboration with Elsevier, the information analytics company specializing in science and health, to add its products into Reaxys, Elsevier's chemistry database.

Photo - http://mma.prnewswire.com/media/527214/Merck.jpg

Researchers and chemists who use Reaxys can now access an additional 43,000 Merck life science compounds and chemicals with data provided directly from the supplier. The collaboration means users will have immediate access to Merck's product availability.

"This integration makes researchers' daily decision-making process much easier as they look for ways to reduce the time it takes to actually buy the compounds that they need," said Udit Batra, Member of the Merck Executive Board and CEO, Life Science . "Together, we're giving customers peace of mind about the quality of the products in development, which is important in such a competitive industry."

The collaboration with Elsevier gives Reaxys users who work in pharmaceutical drug discovery, chemical R&D and other areas a more efficient purchasing process. Customers can quickly compare the cost of purchasing a compound against making it internally, meaning better allocation of resources and saving time.

"Merck is recognized as an industry leader, so this collaboration is a great addition to Reaxys," said Christian Boehm, Director of Chemistry Solutions at Elsevier.

Reaxys contains more than 240 years of unparalleled chemistry content, including 105 million organic, inorganic and organometallic compounds, 42 million chemical reactions, 500 million published experimental facts, 16,000 chemistry related periodicals and six indexing sources for a cross-disciplinary view of chemistry.

All Merck news releases are distributed by email at the same time they become available on the Merck website. Please go to www.merckgroup.com/subscribe to register online, change your selection or discontinue this service.

About Merck

Merck is a leading science and technology company in healthcare, life science and performance materials. Around 50,000 employees work to further develop technologies that improve and enhance life – from biopharmaceutical therapies to treat cancer or multiple sclerosis, cutting-edge systems for scientific research and production, to liquid crystals for smartphones and LCD televisions. In 2016, Merck generated sales of €15 billion in 66 countries.

Founded in 1668, Merck is the world's oldest pharmaceutical and chemical company. The founding family remains the majority owner of the publicly listed corporate group. Merck holds the global rights to the "Merck" name and brand. The only exceptions are the United States and Canada, where the company operates as EMD Serono, MilliporeSigma and EMD Performance Materials.

ZTE Corporation ( 0763.HK / 000063.SZ ) ผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลกในด้านโซลูชั่นโทรคมนาคม เทคโนโลยีระดับองค์กรและเทคโนโลยีผู้บริโภคสำหรับแวดวงอินเทอร์เน็ตมือถือ ประกาศที่งาน Mobile World Congress (MWC) Shanghai ว่า บริษัทได้ร่วมกับ China Mobile ทำการทดสอบเครือข่าย 5G ภาคสนามในสถานการณ์จริง ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน นอกจากนี้ ทาง ZTE ยังสาธิตสถานการณ์การใช้งาน enhanced 5G Mobile Broadband (eMBB) ในงานนี้ด้วย

ความครอบคลุมของเครือข่าย 5G ความถี่ต่ำที่ใช้อัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงมาก ได้ถูกสาธิตกันแบบสดๆภายในงาน โดยที่ความถี่ 100 MHz นั้น มีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้ต่อรายสูงถึง 2 Gbps

China Mobile และ ZTE ได้ดำเนินการทดสอบ 5G ภาคสนามที่กว่างโจว ยูนิเวอร์ซิตี้ ทาวน์ ซึ่งมักจะเกิดสถานการณ์ทราฟฟิกหนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ และเป็นสนามนำร่องหลักในการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ในสภาพแวดล้อม 5G eMBB ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์สถานีฐาน NR ความถี่ 3.5GHz ของ ZTE ถูกนำมาใช้ในการทดสอบภาคสนามดังกล่าวที่กว่างโจว สำหรับในขั้นถัดไปจะมีการทดสอบเครือข่ายในหลายสถานที่ เพื่อตรวจหาความครอบคลุมของสัญญาณไร้สาย ปริมาณรับส่งข้อมูล ความคล่องตัว ความล่าช้า และตัวชี้วัดเครือข่าย 5G อื่นๆ

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในพันธมิตรด้าน 5G ของ China Mobile ทาง ZTE จึงตอบสนองความต้องการด้าน 5G ของ China Mobile อย่างมาดมั่น ด้วยนำการนำเสนอผลิตภัณฑ์ครบครัน อาทิ โครงข่ายการเข้าถึงผ่านการรับส่งทางคลื่นวิทยุ (RAN) แบบ 5G และเครือข่ายหลักเสมือน (VCN) นอกจากนี้ ZTE ยังให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถในด้านการวิจัยเทคโนโลยีหลัก คำนิยามข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และการทดสอบเครือข่ายนำร่อง เพื่อรับประกันการบรรลุเป้าหมายต่างๆตามกลยุทธ์ที่วางไว้

ไป่ หยานหมิน ผู้จัดการทั่วไปด้านผลิตภัณฑ์ 5G และ TDD ของ ZTE กล่าวว่า "การทดสอบการใช้งาน 5G ภาคสนามที่ ZTE ดำเนินการร่วมกับ China Mobile ในกวางตุ้ง ชี้ให้เห็นว่า ZTE ได้ก้าวไปอีกขั้น และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวิวัฒนาการ 5G จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมีการนำเทคโนโลยี โซลูชั่น และโมเดลเครือข่ายที่สำคัญๆจำนวนมากมาตรวจสอบบนเครือข่ายนำร่อง การทดสอบภาคสนามอย่างลงลึกในรายละเอียดทำให้เราค้นพบและเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งยังมีประสบการณ์เพิ่มขึ้นสำหรับการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ในวงกว้างต่อไปในอนาคต"

ที่ผ่านมา ZTE และ China Mobile ได้ทำงานร่วมกันอย่างครอบคลุมในด้าน 2G, 3G, และ 4G และจะร่วมมือกันมากยิ่งขึ้นในด้าน 5G โดยในปี 2559 ZTE ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ China Mobile ซึ่งส่งผลให้สถานีฐาน Pre5G Massive MIMO อันทันสมัยของ ZTE ได้ถูกนำไปใช้กับเครือข่ายที่มีอยู่ของ China Mobile และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ZTE, Qualcomm, และ China Mobile ได้ประกาศร่วมกันว่า ทั้งสามบริษัทได้วางแผนที่จะดำเนินการทดสอบความสามารถในการทำงานร่วมกันโดยอิงตามข้อกำหนด 5G NR และการทดสอบการส่งผ่านข้อมูลทางอากาศ (OTA) ในภาคสนาม เพื่อให้การพิสูจน์สมรรถภาพและการใช้งานเทคโนโลยี 5G NR เชิงพาณิชย์ในวงกว้างเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว

ZTE มีบทบาทสำคัญในการพิสูจน์การทำงานของเทคโนโลยี 5G และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 5G บริษัทได้ยึดถือการพัฒนา 5G เป็นกลยุทธ์หลัก โดยคาดว่าจะทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับการวิจัยและพัฒนา 5G ก่อนปี 2561 ด้วยวิศวกรกว่า 2,000 คนทั่วโลกที่อุทิศตนให้กับการวิจัยและพัฒนาในด้านนี้ ZTE ดำเนินการส่งเสริมมาตรฐาน 5G เสมอมา และในปีนี้ยังได่ริเริ่มและมีบทบาทเป็นผู้นำในโครงการ Non-Orthogonal Multiple Access (NOMA) ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G NR อีกด้วย

เกี่ยวกับ ZTE

ZTE เป็นผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคมขั้นสูง อุปกรณ์เคลื่อนที่ และโซลูชั่นเทคโนโลยีองค์กร เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ผู้ให้บริการเครือข่าย ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ บริษัทดำเนินกลยุทธ์ M-ICT ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมแบบบูรณาการครบวงจรให้แก่ลูกค้า เพื่อมอบความเป็นเลิศและคุณประโยชน์ต่างๆ ในยุคที่เทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ZTE จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น (รหัสหุ้นในตลาดฮ่องกง: 0763.HK / รหัสหุ้นในตลาดเซินเจิ้น: 000063.SZ ) บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมกว่า 500 ราย ในกว่า 160 ประเทศ ในแต่ละปี ZTE จัดสรรเงินรายได้ 10% ให้กับการวิจัยและพัฒนา ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในองค์กรกำหนดมาตรฐานระดับโลก ทั้งนี้ ZTE ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นสมาชิกของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zte.com.cn

สื่อมวลชนติดต่อ:

Margrete Ma
ZTE Corporation
โทร: +86-755-2677-5207
อีเมล: ma.gaili@zte.com.cn

Daniel Beattie
AxiCom
โทร: +44 (0)20 8392 8071
อีเมล: daniel.beattie@axicom.com